คณะกรรมการบริษัทได้ตระหนักดีถึงบทบาทและหน้าที่
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการสร้างเสริม ให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในบริษัท
เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีความเจริญเติบโตอย่างมั่นคง
และต่อเนื่อง มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพโปร่งใส
และมีจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ นอกเหนือไปจาก การมีผลประกอบการที่ดี
เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ซึ่งจะนำประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ พนักงาน และผู้ถือหุ้น
ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์
2551 จึงได้มีมติประกาศใช้นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2549
ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้
หมวดที่ 1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในความเป็นเจ้าของโดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการ
ให้ทำหน้าที่แทนตนและมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท
ฉะนั้น บริษัทฯจึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน
ดังนี้
1) สิทธิในความเป็นเจ้าของโดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งกรรมการให้ทำหน้าที่แทนตน
2) สิทธิในการซื้อขายหรือโอนหุ้น
3) สิทธิในการรับทราบข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอในเวลาอันควร
4) สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน
5) สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนนแทน
6) สิทธิในการรับทราบกฎเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
7) สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้น
8) สิทธิในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ
9) สิทธิในการออกคะแนนเสียงลงคะแนนแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
10) สิทธิในการรับเงินปันผล
11) สิทธิในการออกคะแนนเสียงกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและบริคณห์สนธิ
12) สิทธิในการออกคะแนนเสียงลดทุนหรือเพิ่มทุน
13) สิทธิในการออกคะแนนเสียงอนุมัติรายการพิเศษ
นอกจากนี้ บริษัทฯได้จัดให้มีการรายงานและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานใดๆ
ของบริษัทฯอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลาในการตัดสินใจ
ใน Website ของบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้ถือหุ้น
นักลงทุน และผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลได้ที่ www.thaiopticalgroup.com
และจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ
สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นจะเป็นการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
ซึ่งคณะกรรมการจะเรียกประชุมตามที่เห็นสมควร ในการประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทฯกำหนดให้กรรมการ และผู้บริหารทุกคนควรเข้าร่วมประชุม
เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการร่วมออกความคิดเห็นในที่ประชุม
และซักถามข้อข้องใจจากกรรมการและผู้บริหาร ที่เกี่ยวข้อง
เพื่ออธิบายและตอบข้อซักถาม โดยมีการบันทึกการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน
เพื่อรายงานและขออนุมัติในเรื่องที่มีนัยสำคัญ หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
โดยบริษัทฯ จะส่งสารสนเทศที่เกี่ยวกับการประชุมไปยังผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลต่างๆ
ก่อนการเข้าประชุม พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้น
หรือผู้รับมอบอำนาจในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมในวันประชุมผู้ถือหุ้น
หมวดที่ 2.การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร
รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม
ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย
ฉะนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดวิธีปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
ดังนี้
1) บริษัทฯ มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่ง
กรรมการและเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อย
3เดือน
2) บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเองสามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยมอบฉันทะ
ให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงลงมติแทน ทั้งนี้บริษัทได้เสนอรูปแบบหนังสือมอบฉันทะที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทาง
การลงคะแนนเสียงได้และเสนอชื่อกรรมการอิสระ อย่างน้อย
1 ท่านเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น
3) บริษัทฯ มีมาตรการป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ
ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น โดยกำหนดห้ามซื้อ-ขายหุ้นหลังจากวันปิดงบการเงินแต่ละไตรมาสแล้ว
20 วัน และหลังจากงบการเงินเปิดเผยต่อสาธารณะชน 2 วัน
ทั้งนี้ให้กรรมการและผู้บริหารทุกคนที่มีหน้าที่รายงานการถือครอง
หลักทรัพย์ตามกฎหมาย จัดส่งรายงานดังกล่าวแก่คณะกรรมการเป็นประจำ
4) บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายและขั้นตอนการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
โดยรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จะต้องมีการผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
การดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งของผลประโยชน?
(Conflict of Interest) คณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารของบริษัทฯ
จะจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนั้นๆ ในกรณีที่ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ จะดำเนินการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องต่างๆ คณะกรรมการจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ
ซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุผล และมุ่งให้เกิดประโยชน?สูงสุดต่อบริษัทฯ
และผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ
หมวดที่ 3.บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
นอกจากบริษัทฯ จะต้องบริหารงานให้สำเร็จลุล่วงไปตามเป้าหมายและนโยบายที่ได?วางไว?แล?ว
บริษัทฯ ยังคำนึงถึงผู้มีส่วนได?เสียในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ
ด้วย โดยยึดแนวทางในการปฏิบัติให้มีความเสมอภาคต่อทุกฝ่าย
โดยอาศัยหลักคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติแยกตามกลุ่มต่างๆ
ได?ดังนี้
กลุ่มพนักงาน : บริษัทฯ และบริษัทย่อย จัดให้มีสวัสดิการต่างๆ
แก่พนักงาน อย่างครบถ้วนทั้งการจัดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน
เอาใจใส่ดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยทั้งทางร่างกาย
และมีสุขภาพจิตใจที่ดี
สังคมและชุมชน : บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีการดูแลและกำจัดของเสียต่างๆ
ที่เกิดจากกระบวนการผลิตในโรงงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยไม่ให้เกิดมลพิษกับชุมชนรอบข้าง
นอกจากนี้บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังเข้าร่วมโครงการ และให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม
เช่น บริจาคเงินและสิ่งของให้กับมูลนิธิ และองค์กรต่างๆ
ซึ่งที่ผ่านมาได้บริจาคเลนส์สายตาให้แก่โครงการแว่นแก้วของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
เป็นต้น
กลุ่มคู่ค้าและเจ?าหนี้: บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าที่ได?ตกลงกันไว?อย่างเคร่งครัด
ในกรณีที่ไม?สามารถปฏิบัติตามได? บริษัทฯ ก็จะดำเนินการขอเจรจา
เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก?ไข
คู่แข่ง : บริษัทฯ และบริษัทย่อย ทำการแข่งขันทางการค้าภายใต้กฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม
โดยไม?ฉวยโอกาสทำลายชื่อเสียงของคู?แข่งเพียงเพื่อให้บริษัทฯ
และบริษัทย่อย ได้ประโยชน์
หมวดที่ 4.การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
บริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนดและผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 561) และ เปิดเผยค่าตอบแทนของผู้บริหารไว?ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ
ซึ่งการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทได?ดำเนินการด้วยความโปร่งใส
โดยผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น สำหรับการพิจารณาเงินเดือนโบนัสและผลตอบแทนอื่นๆ
ของผู้บริหารและพนักงาน คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทฯ
เป็นหลัก
คณะกรรมการได้อธิบายถึงความรับผิดชอบของตนในการจัดทำรายงานทางการเงิน
และได้แสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชีทั่วไปไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ
โดยมีเรื่องสำคัญต่างๆ ตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
- คณะกรรมการบริษัทได้ดำรงไว้ซึ่งระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อให้มั่นใจได้อย่างมีเหตุผลว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง
ครบถ้วน โปร่งใส และเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ
บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความสะดวก และความรวดเร็วในการให้บริการการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ
ต่อผู้ลงทุน บริษัทฯ ได้มีนโยบายในการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วน
โดยได้กำหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นรับผิดชอบเกี่ยวกับงานผู้ลงทุนสัมพันธ์
และกรรมการผู้จัดการเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน
ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนักวิเคราะห์ทั่วไป และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
และเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้องทันเวลา
และโปร่งใสให้แกผู้ลงทุนทั่วไปทราบ
หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของกรรมการ
คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีความเป็นผู้นำ
และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีความเป็นอิสสระในการปฏิบัติหน้าที่
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
เป็นไปตามกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ นอกจากนั้น คณะกรรมการ
และผู้บริหารยังเป็นผู้ที่รู้จักการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารงานในด้านต่างๆ
เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของธุรกิจ รวมทั้งริเริ่มธุรกิจใหม่ๆ
ที่จะก่อให้เกิดประโยชน?แก่บริษัท ฯ และบริษัทย่อย และทำการควบคุมความเสี่ยงด้วยการทำการวิเคราะห์
และประเมินสถานการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ความเสี่ยงนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ก็เพื่อรักษาผลประโยชน?สูงสุดของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้แบ่งแยกบทบาทหน?าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท
และผู้บริหารบริษัทฯ ไว้อย่างชัดเจน มีการจัดโครงสร้างองค์กร
ซึ่งจะกระจายอำนาจของฝ่ายบริหารไปยังพนักงานในระดับต่างๆ
เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจการงานของบริษัทฯ และเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และวงเงินอนุมัติของฝ่ายบริหารในแต่ละระดับไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายและขั้นตอนการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
โดยรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จะต้องมีการผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท
การดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งของผลประโยชน์
(Conflict of Interest) คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารของบริษัทฯ
จะจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนั้นๆ ในกรณีที่ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ จะดำเนินการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องต่างๆ คณะกรรมการจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ
ซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุผล และมุ่งให้เกิดประโยชน?สูงสุดต่อบริษัทฯ
และผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ
บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร
ในส่วนของระเบียบการเบิกจ่าย การจัดซื้อ การบริหารงานบุคคล
และบริหารงานทั่วไป ที่รัดกุม และป้องกันการทุจริตได้
นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้จัดทำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจ
เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกระดับใช้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินกิจการดังนี้
- ยึดมั่นในคุณธรรมและศีลธรรมที่ดีงาม
- ประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย รู้จักหน้าที่และเคารพสิทธิทั้งของตนเองและผู้อื่น
และพึงสำนึกว่าการรักษาระเบียบวินัย เป็นการปรับปรุงความประพฤติ
ไม่ใช่การลงโทษ
- ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายอันชอบด้วยกฎหมาย
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยวิจารณญาณที่ดี มิให้เสื่อมเสียต่อภาพพจน์ของบริษัทฯ
- ไม่มุ่งร้าย ทำลาย หรือบั่นทอน ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชื่อเสียง
ความก้าวหน้า หรือธุรกิจของผู้อื่น
- ใช้ความเป็นผู้นำ ในการดำเนินกิจการโดยใช้ความรู?ความสามารถของทุกคนที่มีอยู่
เพื่อความสำเร็จของบริษัทฯ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว
- เมื่อมีผลประโยชน์ส่วนตัวอื่นใดนอกเหนือไปจากที่ได้รับจากบริษัทฯ
ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อบริษัทฯ ทันที ไม่?ควรเกี่ยวข้องกับกิจการอื่นใดอันอาจขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ
หรืออาจบั่นทอนประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
- สร้างบรรยากาศของการทำงานที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
มีความคิดริเริ่ม มีการเสนอ ข้อคิดเห็นใหม่ และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
เที่ยงตรง โดยปราศจากอคติ
- ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ซึ่งทราบมาโดยตำแหน่งหน้าที่
และไม่ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อ ประโยชน์ของตน หรือนำไปใช้ในทางที่จะนำความเสียหายมาสู่บริษัทฯ
- มีจิตสำนึกอยู่เสมอว่าการประกอบธุรกิจมิใช่หน้าที่และพันธะต่อเจ้าของธุรกิจเท่านั้น
หากยังมีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ถือหุ้น
และพนักงาน ดังนั้น จึงต้องถือประโยชน์ส่วนรวมของบุคคลดังกล่าวเป็นแนวทางปฏิบัติกิจการทั้งปวง
- รับผิดชอบในผลงานของตนและของผู้ใต้บังคับบัญชา
- ใฝ่หา ปรับปรุง เพิ่มพูนความสามารถของตน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้
ความสามารถ และได้มาตรฐานตามที่พึงมีในตำแหน่งหน้าที่การงานด้วยความเอาใจใส่
และมีความรับผิดชอบเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง และบริษัทฯ
- วางแผนงาน กำหนดและวิเคราะห์เป้าหมายในการปฏิบัติงาน
เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงคุณธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพต่างๆ
ตลอดจนวัฒนธรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องในบริษัทฯ
- รักษาและเอาใจใส่ต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของทุกคนในบริษัทฯ
และพึงบำรุงรักษาอาคาร โรงงาน สถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย
งดงาม ถูกสุขลักษณะ
- ใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริษัทขึ้นโดยคัดเลือกจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
และได้ผ่านการเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ปัจจุบันบริษัทฯ
มีคณะกรรมการบริษัทจำนวน 9 ท่าน โดยมีกรรมการอิสระซึ่งเป็น
ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 4 ท่าน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ
และกรรมการอิสระดังกล่าวมีจำนวน 3 ท่านยังดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ
โดยมีคุณสมบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งมีความ
เป็นอิสระในการบริหารงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ และคณะกรรมการได้เสนอแต่งตั้งเลขานุการบริษัท
เพื่อทำหน้าที่ให้บริการและจัดหาคำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง
ๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรม
ของคณะกรรมการรวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 5 ข้อ ที่มีต่อบริษัทฯ
และเป็นไปตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่เป็นไปตามแนวทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดังนั้นแม้ว่าประธานกรรมการบริษัท จะดำรงตำแหน่งเดียวกับกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ
แต่ก็เป็นผู้ที่ได้รับเลือก และแต่งตั้งจากคณะกรรมการของบริษัท
ซึ่งโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระ
1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ จะทำให้เกิดการถ่วงดุลและสอบทานการบริหารงาน
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้แยกอำนาจหน้าที่และบทบาทของกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน
เพื่อไม่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอำนาจโดยไม่จำกัด และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารถอนุมัติรายการใดๆ
ที่ตนเองหรือบุคคลที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์มีส่วนได้ส่วนเสีย
หรือความขัดแย้งในลักษณะอื่นใดได้
บริษัทฯ จะนำเสนอข้อมูลที่เพียงพอต่อการพิจารณาตัดสินใจของคณะกรรมการในการประชุมคณะกรรมการ
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม กรรมการซึ่งมาประชุมจะเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
แต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันประธานกรรมการจะออกเสียงเพิ่มขึ้นหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นเพื่อพิจารณาและกลั่นกรองรายละเอียดงานต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท โดยกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยไตรมาสละ
1 ครั้ง หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
เป็นไปตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเรื่องการจัดการ
บริษัทฯ กำหนดให้มีสำนักตรวจสอบภายในตามระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้วยการจัดทำแบบประเมินระบบการควบคุมภายใน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทฯ
รวมทั้งลดความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ พร้อมกันนั้นยังสามารถตรวจสอบการทำงานของบริษัทฯ
และบริษัทย่อย ให้เป็นไปตามกฎและระเบียบที่บริษัทฯ กำหนดไว้
และช่วยส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับขององค์กรสามารถปฏิบัติงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
โดยแบบประเมินของบริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการควบคุมภายในของบริษัทฯ
ดังต่อไปนี้
ก. องค์กรและสภาพแวดล้อม
ข. การบริหารความเสี่ยง
ค. การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร
ง. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล
จ. ระบบการติดตาม
นอกจากนี้การตรวจสอบภายในจะรวมถึงการทดสอบ การประเมินความเพียงพอและความมีประสิทธิภาพของระบบการคุมภายในของบริษัทฯ
รวมทั้งคุณภาพของการปฏิบัติงานภายใน ดังนั้น หน?าที่ของผู้ตรวจสอบภายในจึงหมายรวมถึง
- การสอบทานและรายงานความเชื่อถือได้ ความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน
การปฏิบัติงาน ตลอดจนวิธีการที่ใช้วินิจฉัยและวัดผล
- การสอบทานระบบงานที่มีผลกระทบสำคัญต่อการดำเนินงานและการรายงานว่าได้มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับ
นโยบาย แผนงาน และระเบียบปฏิบัติที่วางไว้ รวมทั้งเป็นไปตามข้อบังคับ
และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การสอบทานความเหมาะสมของการเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
และตรวจสอบว่าทรัพย์สินนั้นยังคงอยู่จริง
- การประเมินการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของบริษัทฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีประสิทธิผล และคุ้มค่า
- การสอบทานการดำเนินงานหรือแผนงาน เพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้
และมีการปฏิบัติงานตามแผนที่กำหนด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ
- เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบควบคุมภายในให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้น
- ปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบ
- บุคลากร
จำนวนพนักงาน
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ณ 31 ธันวาคม
2550 ไม่รวมผู้บริหาร จำนวน 10 คน มี จำนวนทั้งสิ้น
1,594 คน ประกอบด้วย
|
จำนวนพนักงาน (คน) |
บริษัทฯ |
หน่วยงานเลขานุการ |
3 |
|
สำนักงานตรวจสอบภายใน |
1 |
|
ฝ่ายจัดหาและธุรการ |
5 |
|
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล |
17 |
|
ฝ่ายบัญชีและการเงิน |
12 |
|
|
ฝ่ายขายและการตลาด |
28 |
|
ฝ่ายคลังและจัดส่ง |
87 |
|
ฝ่ายวางแผนกลาง |
21 |
|
ฝ่ายโรงงาน |
623 |
รวม |
797 |
บริษัทย่อย |
ฝ่ายจัดหาและธุรการ |
5 |
|
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล |
22 |
|
ฝ่ายบัญชีและการเงิน |
14 |
|
ฝ่ายการตลาด |
5 |
|
ฝ่ายคลังและจัดส่ง |
61 |
|
ฝ่ายวิศวกรรมและวางแผน |
44 |
|
ฝ่ายโรงงาน 1 |
194 |
|
ฝ่ายโรงงาน 2 |
452 |
รวม |
797 |
รวมบริษัทฯ
และบริษัทย่อย |
1,594 |
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ และบริษัทย่อย ไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงาน
- ผลตอบแทนพนักงาน
ผลตอบแทนพนักงานรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2548
ถึงปี 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น ดังนี้
ประเภทผลตอบแทน |
ปี 2550 |
ปี 2549 |
ปี 2548 |
เงินเดือน
โบนัส
เงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ |
165,494,397 บาท
23,469,426 บาท
5,693,539 บาท |
155,631,046 บาท
18,134,140 บาท
5,217,312 บาท |
149,883,340 บาท
14,584,879 บาท
4,343,229 บาท |
รวม |
194,657,362 บาท |
178,982,498 บาท |
168,811,448 บาท |
- นโยบายพัฒนาบุคลากร
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีนโยบายด้านการสรรหา พัฒนา และรักษาบุคลากรของบริษัทด้วยการให้ค่าตอบ
แทนในรูปของเงินเดือน สวัสดิการ และผลตอบแทนอื่นๆ ที่อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจและสามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นที่
อยู่ในธุรกิจเดียวกันได้ มีการพัฒนาบุคลากรโดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้
ทักษะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและ
ศักยภาพของพนักงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประกอบด้วย
1. การฝึกอบรมภายใน อาทิเช่น การฝึกอบรมในงานที่ต้องทำจริง
การฝึกอบรมด้านเทคนิค การฝึก อบรม
ด้านพัฒนาคุณภาพ การฝึกอบรมด้านการเพิ่มผลผลิต
2. การฝึกอบรมภายในประเทศ เช่นการส่งพนักงานไปสัมมนากับสถาบันภายนอกเพื่อเพิ่มพูนความรู้ใน
สายวิชาชีพ
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ถือว่านโยบายการพัฒนาบุคลากรดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีขีดความ
สามารถ และศักยภาพที่สูงขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อความเจริญก้าวหน้าของพนักงานและต่อบริษัทฯ
และบริษัทย่อย
|